สร้างทางเลือกที่ยั่งยืน สู่ผลตอบแทนที่เติบโต โทร 063-228-5933  ·  LINE @evergreencapital
บทวิเคราะห์ตลาด

ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทยในไตรมาส 3 ปี 2569

ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่สะสม 562,029 คัน กับความต้องการชาร์จที่เพิ่มขึ้น

ตุลาคม 2026 · 5 นาที · Evergreen Capital

จำนวนยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ในไทยผ่านหลักครึ่งล้านคันแล้ว ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก (DLT) ระบุว่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ประเทศไทยมียานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) จดทะเบียนสะสม 562,029 คัน เพิ่มขึ้นสุทธิกว่า 70,500 คันในเวลาเพียงสามเดือน สำหรับผู้ประกอบการสถานีชาร์จและเจ้าของพื้นที่ การเติบโตนี้ทำให้คำถามหนึ่งชัดเจนขึ้น นั่นคือ รถเหล่านี้จะชาร์จที่ไหน

ข้อมูลล่าสุดสะท้อนทั้งจำนวนรถและการใช้ไฟฟ้าเพื่อชาร์จที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การประเมินความเพียงพอของบริการชาร์จสาธารณะจำเป็นต้องพิจารณาเป็นรายพื้นที่ เพราะความต้องการ ความสะดวกในการเข้าถึง และกำลังชาร์จที่พร้อมให้บริการอาจแตกต่างกันมาก

ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่จดทะเบียนสะสมเกินครึ่งล้านคัน

ณ สิ้นเดือนกันยายน ไทยมี BEV จดทะเบียนสะสม 562,029 คัน เทียบกับ 491,496 คัน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน เท่ากับเพิ่มขึ้นสุทธิ 70,533 คัน หรือ 14.4% ในไตรมาสที่สาม

เมื่อรวมรถไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด จำนวนยานยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าร่วมด้วยหรือทั้งหมดอยู่ที่ 1,394,043 คัน คิดเป็นประมาณ 3% ของยานพาหนะจดทะเบียนทั่วประเทศ 46.2 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม รถแต่ละประเภทมีความต้องการชาร์จต่างกัน รถไฮบริดทั่วไปไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ รถปลั๊กอินไฮบริดใช้ได้ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน ส่วน BEV ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยชาร์จได้ที่บ้าน ที่ทำงาน ศูนย์จอดรถของผู้ประกอบการ หรือสถานีชาร์จสาธารณะ

ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 จำนวนรถจดทะเบียน
ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) 562,029
รถไฮบริด (HEV) 734,831
รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 97,183
ยานพาหนะทั้งหมดในประเทศไทย 46,172,123

จำนวน BEV สะสมเติบโต 70% ในหนึ่งปี

ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 ไทยมี BEV จดทะเบียนสะสม 330,342 คัน โดยยอด ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 สูงขึ้นประมาณ 70% เฉพาะเดือนกันยายน 2569 มี BEV จดทะเบียนใหม่ 22,589 คัน ขณะที่ BEV รถไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริดรวมกันคิดเป็น 18.2% ของยานพาหนะจดทะเบียนใหม่ทั้งหมดในเดือนนั้น

การเปลี่ยนแปลงเห็นได้ชัดในกลุ่มรถยนต์นั่ง รถกระบะ และรถตู้ ข้อมูลจาก DLT ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2569 มีรถกลุ่มนี้จดทะเบียนใหม่ 552,637 คัน ในจำนวนนี้เป็น BEV 166,058 คัน คิดเป็นประมาณ 30% หรือเกือบหนึ่งในสามของรถจดทะเบียนใหม่ในกลุ่มดังกล่าว

การใช้ไฟฟ้าเพื่อชาร์จเพิ่มขึ้นอย่างมาก

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน รายงานว่า การใช้ไฟฟ้าเพื่อชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 87.1% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่จำนวน BEV จดทะเบียนสะสมเติบโต 66% ในรอบสิบสองเดือนสิ้นสุด ณ ปลายเดือนมิถุนายน

ตัวชี้วัดทั้งสองสะท้อนตลาดคนละด้าน โดยตัวแรกวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าตลอดหกเดือน ส่วนตัวที่สองเปรียบเทียบจำนวนรถ ณ สองช่วงเวลา เมื่อพิจารณาร่วมกันจึงเห็นว่าการชาร์จกำลังเติบโตอย่างมาก แต่ยังไม่อาจสรุปได้ว่ารถทุกคันถูกใช้งานมากขึ้น หรือความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดเกิดขึ้นที่สถานีชาร์จสาธารณะ ประเภทรถ ระยะทางการใช้งาน และพฤติกรรมการชาร์จ ล้วนส่งผลต่อการกระจายตัวของความต้องการ

ความเพียงพอของสถานีชาร์จต้องประเมินเป็นรายพื้นที่

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) รายงานว่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ประเทศไทยมีสถานีชาร์จสาธารณะ 5,021 แห่ง รวม 15,290 หัวชาร์จ ในจำนวนนี้เป็นหัวชาร์จเร็วกระแสตรง (DC) 9,753 หัว

หากนำข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานนี้มาเทียบกับจำนวน BEV สะสม ณ วันเดียวกัน จะได้สัดส่วนประมาณ 37 คันต่อหัวชาร์จสาธารณะหนึ่งหัว และ 58 คันต่อหัวชาร์จ DC หนึ่งหัว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยระดับประเทศเพื่อให้เห็นขนาดโดยเปรียบเทียบเท่านั้น ไม่ใช่ตัวชี้วัดความครอบคลุมของเครือข่ายในแต่ละพื้นที่

ยอดรถสะสมยังรวมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถโดยสาร และรถประเภทอื่นที่มีความต้องการชาร์จแตกต่างกัน สัดส่วนระดับประเทศจึงไม่สามารถบอกได้ว่าพื้นที่ใดมีหัวชาร์จที่รองรับรถเพียงพอ มีกำลังชาร์จเหมาะสม หรือมีบริการที่เชื่อถือได้ในช่วงที่มีผู้ใช้หนาแน่น การระบุพื้นที่ที่กำลังชาร์จไม่เพียงพอต้องอาศัยข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นปัจจุบันและข้อมูลการใช้งานในพื้นที่

รายงาน Global EV Outlook ขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ให้ข้อมูลประกอบจากต่างประเทศ โดยมีตัวเลขของจีนอยู่ที่ประมาณหก BEV ต่อจุดชาร์จสาธารณะหนึ่งจุด ทั้งนี้ ความแตกต่างด้านช่วงเวลารายงาน ประเภทรถ และนิยามของจุดชาร์จ ทำให้ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกับไทยโดยตรงเสมือนใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน

เป้าหมายปี 2573 เป็นกรอบอ้างอิง

นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติของไทยกำหนดเป้าหมายเครื่องชาร์จเร็ว DC จำนวน 12,000 เครื่องภายในปี 2573 ควบคู่กับเป้าหมายให้ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์มีสัดส่วน 30% ของการผลิตยานยนต์ในประเทศในปีเดียวกัน

จำนวนหัวชาร์จ DC ประมาณ 9,750 หัว ณ เดือนกันยายน 2569 เป็นข้อมูลประกอบที่มีประโยชน์ แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้หน่วยนับและนิยามเดียวกันก่อนประเมินความคืบหน้าเทียบกับเป้าหมายนโยบาย เมื่อจำนวนรถเพิ่มขึ้น จำนวนเครื่องชาร์จเพียงอย่างเดียวไม่อาจสะท้อนความเพียงพอของเครือข่ายได้ ทำเล กำลังจ่าย ความน่าเชื่อถือ และอัตราการใช้งานก็มีความสำคัญเช่นกัน

ความหมายสำหรับเจ้าของพื้นที่

จำนวน BEV ที่เพิ่มขึ้นในไทยเป็นเหตุผลให้พิจารณาศักยภาพของทำเลสถานีชาร์จใหม่อย่างจริงจัง สถานีบริการน้ำมัน ศูนย์การค้า ร้านอาหาร และพื้นที่ตามเส้นทางหลักอาจมีโอกาส หากปริมาณรถ ระยะเวลาจอด และการเข้าออกสอดคล้องกับความต้องการของผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตาม การเติบโตระดับประเทศไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะมีความต้องการเพียงพอ

การประเมินที่รอบคอบควรเริ่มจากทำเล ใครมีแนวโน้มจะมาชาร์จ มาในช่วงใด จอดนานเท่าไร และมีทางเลือกอื่นใกล้เคียงหรือไม่ จากนั้นจึงพิจารณาความสามารถในการจ่ายไฟของระบบไฟฟ้า ต้นทุนการเชื่อมต่อ อัตราค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อประเมินว่าสถานีจะตอบสนองความต้องการได้อย่างมีกำไรหรือไม่ โอกาสทางตลาดกำลังขยายตัว แต่ความคุ้มค่าของการลงทุนยังต้องประเมินเป็นรายทำเล

แหล่งข้อมูล
กรมการขนส่งทางบก (DLT), web.dlt.go.th/statistics: สถิติรถจำแนกตามชนิดเชื้อเพลิง ณ วันที่ 30 กันยายน 2569, 30 มิถุนายน 2569, 30 กันยายน 2568 และ 30 มิถุนายน 2568; สถิติรถจดทะเบียนใหม่จำแนกตามชนิดเชื้อเพลิงและประเภทรถ เดือนมกราคม–กันยายน 2569; รายงานสถิติการขนส่งประจำเดือนกันยายน 2569
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน: รายงานสถานการณ์พลังงานช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT), evat.or.th: สถิติโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จสาธารณะ ณ วันที่ 30 กันยายน 2569
องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA), iea.org: Global EV Outlook 2026 และคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ: นโยบาย 30@30 และเป้าหมายเครื่องชาร์จเร็ว DC ปี 2573
← บทวิเคราะห์
เริ่มต้นจากพื้นที่ของคุณ

ค้นหาโซลูชัน EV Charging ที่เหมาะกับพื้นที่ของคุณ

ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินศักยภาพของพื้นที่ รูปแบบการใช้งาน และระบบไฟฟ้าที่มีอยู่ เพื่อวางแผนสถานีชาร์จที่เหมาะสมกับโครงการของคุณ

ขอรับการประเมินพื้นที่